วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รีวิว CARRIBBEAN !



















CARRIBBEAN ! ( mount&bladeในรูปแบบของโจรสลัด ! )

เกม Caribbean เป็นเกมเเนวเเอ๊กชัน,ผจญภัย,RPG เรียกง่ายๆว่า "ปล้นสดม"นั่นเอง
เกมนี้ใช้เอนจิ้นเดียวกับเกม mount&blade ก็คือ Warband's game engine
ตัวเกมเป็นเเบบเปิดให้ battle กัน ไม่ว่าจะเป็นในทะเลหรือบนบก เกมนี้มากับลุคโจรสลัด
แบบในภาพยนต์private of caribbean ด้วยประการนี้เองเกมนี้จึงเป็นที่สนใจ และได้รับ feedback ดีมาก
เกมหนึ่งอีกด้วย ด้วยการเล่นที่คุ้นหูคุ้นตาเเบบ mount&blade ทำเอาเกมนี้เป็นที่สนใจจากแฟนเกมเป็นจำนวนมาก

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รีวิว RimWorld

RimWorld - ขับขานเรื่องราวของเหล่าผู้รอดชีวิต ณ ดาวดวงใหม่











RimWorld - ขับขานเรื่องราวของเหล่าผู้รอดชีวิต ณ ดาวดวงใหม่

RimWorld : RimWorld เป็นเกมแนว Sandbox/Surviver ที่ต้องเอาชีวิตรอดและสร้างอารยธรรมใหม่ ณ ดวงดาวที่เราไม่รู้จัก
ซึ่งเกมนี้มีระบบหลายอย่างที่คุณต้องควบคุมดูแลให้ดีเพื่อไม่ให้ผู้รอดชีวิต ของคุณต้องค่อยๆล้มหายตายจากไป เช่น อาหาร, ที่อยู่อาศัย, เครื่องนุ่งห่ม, และยารักษา
ซึ่งนอกจากนี้แล้วคุณจะยังไม่ใช่ผู้รอดชีวิตเพียงกลุ่มเดียวบนดาวดวงนี้เท่า นั้น คุณยังต้องทำการค้าแลกเปลี่ยน, เชื่อมความสัมพันธ์กับกลุ่มอื่น, หรือปกป้องตัวเองจากกลุ่มโจรสลัด
ที่จะมาปล้นของๆกลุ่มคุณหรือฆ่าทิ้งก็ได้

ตัวเกมมีระบบสภาพจิตใจซึ่งเกิดจากหลายๆปัจจัยเช่น หิว, เหนื่อย, ร้อน, หนาว, กลัว, ฯลฯ ซึ่งหากค่าพวกนี้ต่ำลงถึงจุดๆหนึ่งคนๆนั้นจะสติแตกซึ่งหากไปไม่ทำร้ายคนอื่น ก็หนีออกจากลุ่มไปเลย

วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รีวิว Divinity : Original Sin

 มองแว็บแรกเหมือนว่าเกม Divinity : Original Sin เป็นแนว Action-RPG แต่เมื่อได้ลองเล่นดูแล้วมันเป็นแนว Turn-Based นะครับ ถ้าเพื่อนๆที่เป็นเกมเมอร์รุ่นใหม่ๆ อารมณ์เล่นคงเหมือน Skyrim ในมุมมองของ Diablo แต่ถ้าเกมเมอร์รุ่นเก๋าคงบอก Ultima VII


Divinity : Original Sin เป็นเกมที่สร้างจากบริษัทเล็กๆ ประสบความสำเร็จมากและขายดิบขายดีในสตรีม แถมได้คะแนนจาก gamespot.com ไป 9.0 แต่จะให้เทียบกราฟฟิกแบบ Dragon Age : Inquisition หรือ Skyrim คงห่างกันพอสมควร




อย่างที่บอกตอนแรก Divinity : Original Sin เป็นเกมแนว Turn Based ถ้าเป็นตอนเดินในแผนที่จะเดินปกติเหมือนเกมทั่วไป  สามารถใช้สกิว ฮิล หรือ ทำลายของได้ตามปกติ แต่ถ้าเราเดินไปใกล้ศัตรู  ก็จะเข้าต่อสู้  จะกลายเป็นระบบ Turn Based ทันที่  ไม่มีการตัดฉาก สู่กันตรงนั้นเลย แต่พลัดกันเดิน
สู้ไม่ไหวอยู่ใกล้เมืองก็ลากไปให้ทหารมันช่วยก็ได้  พอฆ่าศัตรูหมด ก็จะกลับมาเป็นระบบปกติ




AI ในเกมถือว่าฉลาดใช้ได้  รู้จากหลบ หลีก หนี  สกิวเทพ ฯลฯ  ทำให้เล่นสนุกไม่น่าเบือ

ระบบเควสในเกมจะไม่มีเครื่องหมายบอกว่าจุดหมายอยู่ตรงไหนนะครับ  คนไม่เก่งภาษาก็ลำบาก แต่เกมมัน Open World เราไม่จำเป็นต้องทำเควส ก็ลุยได้ครับ เก็บของ คราฟของ ลุยไปเรือยๆ เควสเล็กๆช่วงเหลือคนตามแผนที และแผนที่มันไม่ใหญ่เท่าไร  จุดสำคัญๆ จะมีไอค่อนบอกบนแผนที่  คุยไปเรือยๆก็ผ่าน หรือจะไปเดินเล่นแผนที่ต่อไปเลยก็ได้ หรือไม่ชอบใจ คุยไม่รู้เรือง เควสไม่ต้องทำมันแล้ว จะฆ่าคนทั้งเมืองก็ได้ครับ

ระบบสร้างตัวละคร คือจุดเด่นของเกมเลยครับ เราสามารถปรับแต่งได้เยอะ
เลือกตัวละคร เลือกอาชีพ เลือกเพศ  หน้าตา ทรงผม  เสียง


เริ่มแรกตอนสร้างตัวละคร อาชีพต่างๆ เราสามารถ เข้าไปแก้ไขค่าเสตตัสต่างๆ หรือสกิว
การถืออาวุธ ชุดเกาะ เราสามารถสร้างอาชีพใหม่ขึ้นมาเองได้

เมื่อเลเวลอัพ เราสามารถอัพค่าสเตตัสต่างๆได้ เช่น str dex Int
และยังมีแต้มอัพความสามารถพิเศษ เช่น ซื้อของถูกลง  คราฟของ สะเดาะประตูเลเวลสูง เพิ่มสกิว ฯลฯ
สายดาบก็ควรจะเน้นไปที่ค่า str   พวกโจรหรือธนู  ก็ควรเน้นไปที่ Dex   นักเวทย์ ก็ไปที่ค่า int
con ทำให้เลือดเยอะ   speed ทำให้เริ่มเป็นคนแรกๆของรอบ  


สกิวต่างๆเราสามารถลบออก หรือเรียนเพิ่มเติมได้ จนกว่าจะเต็มตามจำนวน




แถมเกมนี้มี mod ด้วยนะครับ สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าทรงผมได้ แล้วก็ภารกิจเพิ่ม

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รีวิว Civilization: Beyond Earth

แค่พูดถึงชื่อ Civilization เกมเมอร์หลายๆท่าน ก็คงถึงถึงเกมแนว turn-based แบบรังผึ้ง และมาถึงภาคล่าสุดก็เช่นกัน ยังคงแนวหลักของเนื้อเรื่องมีกลิ่นไอแบบเดิมๆ จะเห็นว่าไม่ได้ใช้ชื่อ ภาค แบบลำดับตัวเลขต่อจาก ภาค V และทิ้งช่วงมาประมาณ 4 ปี



และถ้าได้ชมจากไตเติ้ลแล้ว จะทราบได้เป็นอย่างดีว่า ภาคนี้เปลี่ยนจากการดำเนินเหตุการณ์ตามประวัติศาสตร์ของมนุษย์ไปสู่ยุคอนาคต ในยุคที่โลกใกล้ล่มสลายจากเหตุการณ์หายนะที่เรียกว่า "The Great Mistake" ซึ่งคงให้เดาเอาเองซินะ เป็นเหตุการณ์อะไร



ถ้าใครเป็นเกมเมอร์รุ่นเก๋าแล้ว คงนึกถึง Sid Meier's Alpha Centauri ทันทีแน่นอน ผมก็เป็นคนหนึ่งละ ภาคใหม่นี้ ก็เริ่มต้นจากการเลือกเผ่าพันธุ์ ซึ่งจะส่งผลถึงโบนัสที่จะได้รับ สำหรับการเริ่มต้นเกม ถ้าเคยเล่น Civilization5 มาแล้ว ก็แทบจะไม่ต้องปรับตัวใดๆ เพราะเหมือนกันนั่นละ แต่เปลี่ยนชื่อเรียกสิ่งก่อสร้าง สกิล ซึ่งเดาจากชื่อไม่ได้แล้ว ต้องพยายามทำความเข้าใจ




ในโลกของ Beyond Earth จะมี เอเลี่ยน อารมณ์คล้ายๆ คนป่า ในภาคก่อนๆ ส่วนภูมิศาสตร์จะยากลำบากกว่าเดิมๆมาก เพราะมีหลุมบ่อแนวเหว ภูเขามากมาย หาพื้นที่ราบๆยาก

ของใหม่อีกอย่างใน Beyond Earth คือระบบความเชื่อที่เรียกว่า Affinities (คล้ายกับ Ideology ใน Civ V) โดยระบบนี้จะคอยกำกับเป้าหมายของเราในระยะยาว เพราะมีผลต่อวิธีการจบเกม
เนื้อเรื่องใน Beyond Earth จะกำหนดให้มนุษย์มีแนวทางการดำรงชีวิต 3 แบบคือ
  • Harmony อยู่ร่วมกับเอเลี่ยนต่างดาวอย่างสงบสุข
  • Purity ยึดความเป็นมนุษย์โลกแบบดั้งเดิมไว้
  • Supremacy เน้นเทคโนโลยีและการรวมร่างกับหุ่นยนต์เพื่อพัฒนาเผ่าพันธุ์ตัวเอง
เมื่อเกมค่อยๆ ดำเนินไป ผู้เล่นจะต้องเลือกว่าตัวเองสนใจมุ่งไปในทิศทางไหนผ่านการวิจัยเทคโนโลยีและ สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ซึ่งก็อาจสร้างความขัดแย้งกับเผ่าอื่นที่เลือก Affinities แตกต่างกันไปด้วย เช่น ถ้าเราเลือกสาย Supremacy ที่เน้นสร้างอาวุธมาถล่มเอเลี่ยน ก็จะโดนเผ่าที่เลือก Harmony ด่าเอาได้

นอกจากจะมีผลต่อเทคโนโลยีแล้ว ยังมีผลกับ ลักษณะของยูนิตเราด้วยถ้าเลือก Harmony ยูนิตของเราจะหน้าตาออกแนวชีวภาพ ในขณะที่แนวทาง Supremacy จะเป็นหุ่นยนต์และเครื่องจักร เออ..จุดนี้ก็เจ๋งดี


ของใหม่ซิงๆ ของเกมภาคนี้คือระบบดาวเทียมหรือ Orbital Unit ครับ มันเป็นการสร้างยูนิตพิเศษที่ยิงขึ้นฟ้าเพื่อให้ค่าโบนัสบางอย่างกับเรา เช่น เก็บพลังงานได้มากขึ้น เพิ่มอัตราการผลิตอาหาร ไล่เอเลี่ยนออกจากรัศมี หรือแม้กระทั่งโจมตีฝ่ายตรงข้าม
Orbital Unit ต้องสร้างขึ้นเหมือนกับยูนิตทางบกตามปกติ แต่ไม่สามารถนำไปเดินไปมาได้ ต้องสั่งยิงขึ้นฟ้าเท่านั้น เมื่อเราสั่งยิงดาวเทียมแล้ว เกมจะแสดง "เลเยอร์" อีกระดับหนึ่งแยกจากเลเยอร์ทางบกปกติ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราจะวางตำแหน่งของดาวเทียมไว้อย่างไรบ้าง (ห้ามทับกัน) ถือเป็นความแปลกใหม่อีกประการหนึ่งของเกมภาคนี้



สำหรับผมโดยรวมแล้ว คิดว่า ภาคใหม่  Civilization: Beyond Earth ก็เป็นเกมที่เล่นได้เรื่อยๆเกมหนึ่ง จะขาดความสดใหม่ไปโดยสิ้นเชิง มันก็คือ Civilization5 ในยุคอวกาศ เท่านั้นเอง

ว่าแล้วก็กลับไปเล่นเกมบนมือถือต่อ...

รีวิว Tropico 5

Tropico 5 ภาคหลัก ได้คะแนนจาก gamespot.com ไปถึง 8.0 ไม่ใช่น้อยเลย แถมยังถูกแบนจากหลายๆประเทศ รวมทั้งในไทยด้วย ผมว่า ยิ่งถูกแบน เรายิ่งอยากรู้ อยากเล่นมากขึ้นใช่ไหม

ผมรู้...คุณก็อยากลอง

ก่อนอื่นถ้าใครคิดว่า Tropico 5 จะเป็นเกมสร้างเมืองแบบ Simcity เท่านั้น คุณคิดผิดมากๆ ถ้าใครเคยเล่น Simcity มาก่อน ส่วนใหญ่แล้ว เราต้องวุ่นวายกับปัญหารถติดแทบตลอดเวลา แต่ใน Tropico 5 มันดิบเถื่อน ตรงประเด็น โลกนี้มันโหด(คำนี้คุ้นๆเนอะ)

Tropico 5 เป็นเกมแนวสร้างเมืองแบบเบาสมอง (ผมว่าไม่เบานะ) ซึ่งผู้เล่นต้องรับบทเป็นประธานาธิบดีที่ได้ รับคำสั่งให้ไปทำการบุกเบิกเกาะใหม่ เราต้องคอยส่งเครื่องบรรณาการต่างๆกลับไปให้องค์จักรพรรดิตามคำสั่งที่ได้รับ ระหว่างที่เราดำรงตำแน่งอยู่ เราต้องพยายามสร้างอำนาจ ยักยอกเงิน ผูกมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน ชักจูงใจประชาชนให้เห็นดีเห็นงามกับเรา เพื่อประกาศอิสระภาพ แต่เกมจากขาดอิสระในการตัดสินใจพอควร เนื่องจากเกมจะกำหนด mission มาให้เรา ซึ่งเราจะทำ หรือไม่ทำก็ได้ แต่ถ้าทำก็จะได้รางวัล ได้โอกาสหลายๆอย่าง



ระบบการเงินของ Tropico จะไม่เหมือนกับของ simcity ที่เงินจะได้จากภาษีและจะค่อยๆเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรและฐานะ แต่ใน Tropico เราต้องสร้างท่าเรือและทำการส่งออกสินค้าต่างๆจากเกาะ  การสร้างฟาร์ม โรงเลี้ยงสัตว์ หรือ เหมืองแร่ จะเป็นการเพิ่มชนิดของผลผลิตที่เราสามารถส่งอออกได้ ยิ่งผลผลิตมีหลายชนิดทางเลือกในการส่งออกและเงินที่จะได้รับก็จะมีมากขึ้นด้วย นอกจากการส่งออกแล้ว เรายังสามารถส่งเสิรมการท่องเที่ยว โดยการสร้างสิ่งปลูกสร้างสวยงาม เมื่อนักท่องเที่ยวบนเกาะเพิ่ม เราก็จะได้รายได้เพิ่มด้ว

ในแง่ของการปกครอง เราสามารถกำหนดให้มีการเลือกตั้ง หรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้าไม่ได้ ประชาชนของเราอาจรู้สึกกดดันจนอยากก่อจลาจล ถ้าเราไม่มีทหารหรือตำราจ ประชาชนอาจพังวังของเรา เป็นอัน game over


bn-10-coup-2

ส่วนประเด็นที่ทำให้ Tropico 5 โดนแบน น่าจะมาจากตรงนี้

เมื่อเรามีคะแนนนิยมฝั่งนักปฏิวัติมากเกินครึ่งหนึ่ง เราสามารถประกาศแยกตัวเป็นอิสระจากราชวงศ์ การแยกตัวเป็นประเทศอิสระ เราสามารถร่างรัฐธรรมนูญเพื่อปกครองเกาะของเรา

โดยเราจะมีตัวเลือก ว่าเราจะปกครองประเทศในแบบไหน โดยในการเขียนรัฐธรรมนูญครั้งแรกนั้นจะมีให้เลือก 3 หมวด ได้แก่
สิทธิในการเลือกตั้ง ตัวเลือกคือ เลือกได้เฉพาะผู้ชาย, เฉพาะคนรวย หรือเลือกได้ทุกคน
สิทธิในการนับถือศาสนา ตัวเลือกได้แก่ ประกาศศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติ, ให้อิสระในการนับถือศาสนา, ไร้ศาสนา
กองกำลัง ตัวเลือกได้แก่ อาสาสมัคร, ทหารเกณฑ์ และจัดตั้งกองทัพ



ตัวเลือกแต่ละอย่างจะมีผลแตกต่างกันไป เช่น หากเราเป็นรัฐคริสต์ ก็จะทำให้มีโจรน้อยลง แต่ถ้าเราไม่เน้นเรื่องศาสนาก็จะทำให้เราทำการวิจัยเร็วขึ้น เป็นต้น

รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ทุกๆ ระยะเวลา 5 ปี โดยเมื่อเข้าสู่ยุคถัดไป เราจะสามารถทำการวิจัยเพื่อเพิ่มหัวข้อต่างๆ ได้ ได้แก่
  • ยุคสงครามโลก มีหัวข้อ สิทธิทางการเมือง (เผด็จการ, รัฐตำรวจ, ประชาธิปไตย), นโยบายแรงงาน (สนับสนุนแรงงาน, เท่าเทียม, สนับสนุนผู้จ้าง อนุญาตแรงงานเด็ก), ความเป็นพลเมือง (เข้า-ออกเมืองอย่างอิสระ, ออกวีซ่าให้เฉพาะคนที่มีความรู้, ปิดพรมแดนแน่นหนา)
  • ยุคสงครามเย็น มีหัวข้อ สิทธิส่วนบุคคล, โครงสร้างทางเศรษฐกิจ, อิสระสื่อ (ควบคุมเต็มที่, ให้งบประมาณให้พูดถึงสิ่งที่ต้องการ, ให้อิสระ)
  • ยุคสมัยใหม่ มีหัวข้อสิทธิทางดิจิทัล (เซ็นเซอร์เต็มที่, ต่อสู้ลิขสิทธิ์, อินเทอร์เน็ตเสรี), โลกาภิวัตน์ (ปิดประเทศ, ปกป้องอุตสาหกรรมหลัก, เปิดประเทศเสรี), ระบบนิเวศ (เน้นเศรษฐกิจ, ประหยัดพลังงาน, ไม่ปล่อยมลภาวะ)

 หลักจากเขียนรัฐธรรมนูญแล้ว เราก็จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 12 เดือน โดยจะมีคะแนนนิยมของเรากับคู่แข่งขึ้นให้ดู ซึ่งเราจะต้องทำให้คะแนนของเรานำให้ได้เมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง

ตัวอย่างวิธีการเพิ่มคะแนนเสียง เช่น
  • “คืนความสุข” (คุ้นๆอีกแล้ว)ให้กับประชาชนด้วยวิธีต่างๆ เช่น สร้างร้านเหล้าหรือโรงมหรสพ หากประชาชนมีความสุข เราก็ได้คะแนนเพิ่ม
  • “ลดภาษี” ลดภาษีเรียกคะแนนนิยมกับชนชั้นกลางและชนชั้นสูง
  • “ฆ่าเลย” (อันนี้ก็โหดเกิ๊น)สามารถกดฆ่าคู่แข่งได้ด้วยนะครับ หรือจะแค่ดิสเครดิตก็ได้ (แต่ยังไม่เคยลองนะว่าจะออกมาเป็นยังไง)
  • “ซื้อเสียง” เราสามารถจ่ายเงินเพื่อโกงผลเลือกตั้งได้ด้วย (ม่ายยยยนะ)

ความจริงคือ มีอีกเยอะมาก อยากให้เธอได้ลอง 555+++